วิหกเริงลม ตอนที่4 [NC 18]
posted on 22 Jun 2008 08:33 by luckyzoneฝนตกจั่กๆมาแต่เช้าทำให้การเดินทางในกรุงเทพฯขาดความคล่องตัว รถติดตั้งแต่เช้า ธีรัชเงยหน้ามองท้องฟ้าพลางนึกแช่งอยู่ในใจ นี่ขนาดวันแรกของการทำงานนะ อุตส่าห์ใส่เสื้อรีดกลีบคมเฉียบ กางเกงก็เรียบ ตอนนี้ขากางเกงเปียกเลอะเทอะไปหมดแล้ว เฮ่อ...ทำไมดวงคนเราถึงได้เป็นอย่างนี้นะ เขาจะทำงานดีๆอย่างผู้คนเขาบ้างไม่ได้รึไง
ชายหนุ่มมองนาฬิกาแล้ว ทำให้รู้ว่าไม่มีทางเลือก เขาต้องรีบไปไม่งั้นเข้าทำงานสาย มันจะดูไม่ดี เขาก้าวออกจากป้ายรถเมล์วิ่งไปหารถเมล์ที่ชะลอจอดห่างออกไป จากปากซอยหน้าห้องเช่าไปถึงที่ทำงานใช้เวลาไปชั่วโมงห้าสิบนาที เขาเข้างานช้าไป ครึ่งชั่วโมง
“ฮัดเช้ย!!!” เสียงจามดังลั่นลิฟต์ หนุ่มชุดสูทที่อยู่ข้างหน้าหันมามองตาเขียวปั๊ด
“ขอโทษครับ” เขายิ้มๆรีบควักทิชชู่มาเช็ดไม้เช็ดมือ กำลังจะเช็ดคราบน้ำลายที่กระเด็นติดเสื้อสูทให้ หมอนั้นก็เดินออกไปก่อนทำเอายกมือเก้อไปเลย ก็ดีเขาจะได้ไม่เสียทิชชู่ฟรีๆชิ้นหนึ่ง
ธีรัชทำงานที่ชั้นสามของบริษัทผลิตสุขภัณฑ์มีชื่อแห่งหนึ่ง รับผิดชอบเรื่องลำดับสต๊อกสินค้า ตรวจเช็คและส่งมอบ ทุกวันต้องลงมาเช็ดของในโกดัง และตัดยอดให้เสร็จก่อนเลิกงาน ดูเหมือนง่ายแต่ไม่ง่ายเลย เพราะที่นี่ไม่พูดชื่อของสินค้าแต่เป็นรหัสนัมเบอร์ ของพันกว่าชิ้นต้องมาลำดับว่าชิ้นไหนรหัสอะไรมันทำให้ปวดหัวจริงๆ
“ว่าไง จำได้มั้ย” คุณประยูรหัวหน้าฝ่ายถาม
“ครับ จำได้ครับ” จำไม่ได้ก็ต้องว่าได้ไว้ก่อนแหละ
“ทางนี้จะเป็นสินค้าจำพวกกระเบื้องนะ” พี่ประยูรเดินนำเลี้ยวมาชั้นวางของอีกชั้นหนึ่ง “นี่พวกนายทำอะไรกัน” จู่ๆเขาก็เสียงดุขึ้นกระทันหัน ธีรัชตามมาดูถึงเห็นว่าพนักงานขนย้ายสองคนนั่งสูบบุหรี่บนรถยก
“ในนี่เขาห้ามสูบบุหรี่นะ หัวหน้าเราไม่ได้สอนรึไง ชื่ออะไรบอกมาสิ” คุณประยูรแกค่อนข้างเอาจริงเอาจังทีเดียวแหละ แกควักสมุดจดมา
“คุณประยูร อย่าเอาเรื่องเลยน่า พวกเราแค่สูบเดี๋ยวเดียวเท่านั้น”
“เดี๋ยวเดียวก็ไม่ได้ ไอ้ที่เราทำน่ะอาจจะทำให้เกิดไฟไหม้ได้ ฉันจะทำเรื่องรายงานให้หัวหน้าเราพิจารณาความประพฤติ” แกดึงป้ายชื่อที่ห้อยคออีกฝ่ายมาดู หนึ่งในสองไม่พอใจปัดมือเขาทิ้ง “ทำไม ไม่พอใจเรอะ”
“ไม่เอาน่า....ไม่เอา คุณประยูรอย่าเพิ่งโมโหนะครับ เพื่อนผมใจร้อนไปหน่อย”
“เมิงไม่รู้เรอะว่ากรูลูกใคร” หมอนั้นยังตวาดใส่ ทำให้เรื่องชักจะไปกันใหญ่ ธีรัชช่วยกันประยูรออกมาปล่อยให้สองคนนั้นคุยกันเอง
“ใจเย็นครับ”
“เมิงเป็นลูกใครยังไม่รู้ แล้วกรูจะรู้หาบิดาเมิงเรอะ เป็นแค่พนักงานกระจอกอย่ามาเบิ่งที่นี่เฟ้ย เมิงออกไปเลย กรูไล่เมิงออก”
“ไล่ออกเหรอ เมิงกล้าไล่กรูเรอะ” หมอนั้นชี้นิ้วใส่ หน้าตาขมึงตึงยังกะจะฆ่าคน เห็นท่าไม่ดีแล้ว ธีรัชกวักมือให้พนักงานคนอื่นมาช่วย สุดท้ายหมอนั้นก็ถูกลากออกไป เรื่องถึงได้จบ วันแรกของการทำงานก็มีเรื่องให้ถอนหายใจเฮือกเลย พวกเขากลับมาออฟฟิสเปิดดูแคทตาล๊อคสินค้า คุยได้ไม่ทันไร พนักงานทำความสะอาดเคาะประตูเข้ามา
“พี่ยูร นายโก้เขาอยากขอคุยด้วยนะ”
“โก้ไหน?”
“เขาทำงานฝ่ายขนย้าย เห็นว่าเขากับเพื่อนเพิ่งมีเรื่องกับพี่เมื่อกี้ไม่ใช่เหรอ”
“อ้อ หมอนั้นเหรอ บอกไปว่าไม่ต้องมาคุยหรอก ไม่ใช่เรื่องสำคัญ”
“เหรอ??”
“เอ่อน่า บอกไปตามนี่แหละ” ประยรูไม่สนใจจะฟัง ธีรัชอดใจเสียแทนหมอนั้นไม่ได้ เป็นเขาก็คงเสียใจที่โดนไล่ออก ยุคนี้ งานหายาก เงินทองก็ไม่พอใช้ เป็นใครก็ไม่อยากเสียงานไปหรอก
งานวันแรกท่าจะจบลงอย่างสงบสุข แต่นาทีสุดท้ายกลับพลิกผันอย่างเหลือเชื่อ ห้าโมงเย็นพนักงานทุกคนจะมารวมกันเพื่อประชุมประจำวัน ผู้จัดการหัวหน้าคุณประยูรมาแจ้งข่าวค่อนข้างร้ายสำหรับเขา
“พี่ยงค์ คนคุมเฝ้าสโตร์เป็นไส้ติ่งต้องผ่าตัดวันนี้ ดังนั้นขออาสาสมัครเฝ้าสโตร์ ผู้ชายหนึ่งคน”
“ธีรัชได้มั้ย” จู่ๆประยูรชี้เป้ามาที่เขา
“ผมเหรอ??”
“คุณยังโสดนิ แล้วเพิ่งมาวันแรก นี่ถือว่าวัดใจนะว่าคุณกล้าเสียสละให้บริษัทรึเปล่า ว่าไง”
โธ่ไอ้บ้า! พูดมาได้ เสียสละให้บริษัทได้รึเปล่า แล้วทำไมแกไม่ทำว่ะมาโยนให้ฉันทำไม
“ได้ครับ” ไอ้ที่ด่าก็ด่าอยู่ในใจไม่กล้าพูดหรอก ยังไงเขาก็ยังอยากทำงานนี้นานๆ สุดท้ายเขาก็ต้องอยู่เฝ้าสโตร์ทั้งคืน บริษัทใหญ่อาคารก็ใหญ่ยิ่งสโตร์แล้วกว้างมาก กลางคืนเวลาเดินตามลำพัง เสียงจะก้อง โอยย..ยิ่งกลัวผีเข้าไปใหญ่
“ไอ้ประยูรเอ้ย....เข้าใจเลือกควายมาไถนานะเว้ย อย่าให้ถึงทีกรูล่ะกันจะเอาน้ำล้างทีนไปชงกาแฟให้เมิงกินเลย” เขาเดินส่องไฟฉายทั่วแล้วถึงกลับมาห้องทำงาน ที่นี่จะมีตู้เหล็กเก็บที่นอนกับของใช้จุกจิกอย่างผ้าขนหนู แปรงสีฟัน สบู่ ทิชชู่ ธีรัชเอาที่นอนมาปูกับพื้น ก่อนไปเตรียมเสื้อผ้าจะไปอาบน้ำที่ห้องน้ำพนักงาน
เคร้ง....เสียงก้องเบาๆในทางเดิน ธีรัชหันไฟฉายไปหาที่มาของเสียง แว่บหนึ่งเขานึกถึงผีขึ้นมา ชายหนุ่มวางขันน้ำกับแปรงสีฟันที่ขอบกำแพงสูงแค่เอว ก่อนเดินไปดูทีล่ะห้อง
“ทำอะไรกันน่ะ!” เขาฉายไฟไปเจอคนสองคนกำลังก้มๆเงยๆที่ชั้นวางสินค้า “หยุดนะ!!!”
“เฮ้ยย..เผ่นเร็ว” หนึ่งในสองวิ่งสุดชีวิต แต่ก็ยังอุตสาห์อุ้มโถส้วมไปอันหนึ่ง
“หยุดนะ!!” เขาวิ่งเข้าไปหา เหลืออีกคนที่ยืนหันซ้ายหันขวาก่อนคว้าที่วางสบู่ทำด้วยเงินวิ่งหนีไปคนล่ะทางกับเพื่อน เอ้อ..ไอ้นี่เข้าใจขโมยแฮะเลือกอันที่แพงกว่าโถส้วมเยอะเลย ธีรัชตัดสินใจวิ่งตามคนที่เอาของแพงกว่าไป หมอนั้นวิ่งเข้าไปในสโตร์ ต่างคนต่างวิ่งทางตรงจึงใส่ฝีเท้าเต็มเหยียด ก่อนโดดเข้าใส่
“ย้ากกกกกกกกกกกก....”
โครม!! พวกเขาล้มลงทั้งคู่ หน้าธีรัชไถลจ้ำเข้าเต็มก้นแข็งๆเต็มแรง อีย์..ขยะแขยงเว้ยแต่ไม่มีเวลาโอดครวญแล้ว เขารีบลุกขึ้นมาล๊อคคอหมอนั้นไว้ ตัวขยับขึ้นมานั่งคล่อม หลัง ใต้ร่างเขาลุกพลิกตัวขึ้นเอาหลังกดเขาลงกับพื้นกระเบื้อง
“เฮ้ยย สู้เรอะ”
“ปล่อยนะ” เขาพยายามดึงมือออกจากคอให้ได้
“ไม่! ยอมแพ้ซะดีๆ ไม่ยังไงล่ะก็...” ผัวะ! พูดไม่ทันจบธีรัชถึงตาลายเห็นดาวพราวเชียว หมอนั้นเล่นใช้ศอกกระแทกเข้าเต็มเป้าตาเขา พอครั้งที่สองเขาเบี่ยงหลบทันพลิกตัวหนี พอเป็นอิสระได้หมอนั้นออกวิ่งอีกครั้ง
ธีรัชคว้าที่วางสบู่ขว้างออกไปทันที ปึ่ก!! โดนเข้ากลางหลังแม่นยังกะจับวาง เปร้ง! อ้าว??ลืมไป นั้นสินค้าของตรูนี่หว่า เขารีบวิ่งไปดูของ ที่วางสบู่งอไปมุมหนึ่ง โอ้...ซวยแล้วสิ เขาหันมามองคนที่ตะเกียตตะกายจะลุกขึ้น จึงถีบเปรี้ยงเข้าที่เอว ส่งร่างนั้นไถลไปตามพื้น
“ไอ้เวร กรูเอาเมิงตายแน่” เขาถลาเข้าไปเตะจุดโทษเข้า ตูม!!
ได้ผล หมอนั้นดีดตัวขึ้นมากุมของสำคัญตัวเองไว้ หน้าตาบิดเบี้ยวสุดขีด ชายหนุ่มจัดการจับคอเสื้อเขาลากไปตามพื้นเข้าไปในออฟฟิส แค่นี้ก็หอบแฮ่กๆเหงื่อไหลโทรมเลย ธีรัชค้นหากุญแจมือหรือขออะไรก็ได้ที่จะเอามามัด หันมาอีกที ตูม!
หมัดล้วนๆกระแทกเข้าเต็มหน้า เล่นเอาเข่าอ่อนทรุดฮวบกับพื้นเลย เห็นแสงวูบๆวาบๆไปหมด หมอนั้น?? เพื่อนอีกคนมันกลับมาเมื่อไรว่ะ ขนาดอุ้มโถส้วมไปแล้วยังเสือกกลับมาอีก
“ไอ้แจ๊ค ไหวมั้ยวะ”
“เอ่อ เมิงหาอะไรมัดมันก่อน”
“ไม่ต้องหาแล้ว เผ่นเห้อะ”
“ไม่ได้ จับมันมัดไว้สิ”
“เอ่อๆ แค่มัดนะเว้ย แล้วรีบเผ่นได้แล้ว” เสียงเปิดลิ้นชักดังกุกกัก ธีรัชหายงงเงยหน้าขึ้นมามือก็โดนมัดไปแล้ว เขามองหน้าคนที่มัด เอ๊ะ...หน้านี้คุ้นๆเว้ย
“ไอ้โก้??” (กลับไปอ่านตอนที่สอง)
“ไอ้ธี?? เมิงเองเหรอ”
“เป็นแกหรอกเหรอ ไอ้อ่า...เมื่อเช้ากรูจำเมิงไม่ได้เลย”
“กรูก็จำเมิงไม่ได้เหมือนกัน นี่เมิงมาทำงานที่นี่เหรอ” ไอ้โก้มัดมือเขาแล้ว สุดท้ายก็คลายเชือกออก
“เมิงทำอะไรกัน กรูบอกให้มัดมันไง” ไอ้หมอนั้น...ดูเหมือนชื่อแจ๊คมั่งตวาดใส่
“เอ่อ...นี่เพื่อนกรูเอง พวกเดียวกัน เขาไม่จับเราหรอก ใช่มั้ย” พูดแล้วก็หันมาขอความเห็น ธีรัชพยักหน้าหงึกๆ ยังไงก็เพื่อนกัน แค่ไม่เอาของไป ก็พอแล้ว
“พวกเดียวกัน?? เคยทำงานอย่างว่าด้วยกันเหรอ”
“ใช่ ครั้งหนึ่ง ปล่อยมันเห้อะนะ”
“ไว้ให้กรูเสร็จธุระกับมันก่อนแล้วค่อยปล่อย เมื่อกี้เมิงเตะห้องเครื่องกรูใช่มั้ย”
“กรูไม่รู้ว่าเมิงเป็นเพื่อนไอ้โก้มัน โทษทีว่ะ”
“ขอโทษแล้วมันหายเรอะ เมิงออกไปเลยไอ้โก้”
“แต่ว่า..” พอโดนเพื่อนขมึงตาใส่ ไอ้โก้จ๋อยสนิท เขาถอยออกไปแบบไม่เต็มใจนัก “โทษทีนะเพื่อน กรูช่วยเมิงไม่ได้แล้วว่ะ”
“เฮ้! เดี๋ยวสิ ไอ้โก้...ไอ้โก้!!” ผัวะ! ปลายเท้าเตะเข้าที่ท้อง ธีรัชตัวงอหดขาขึ้นจุกจนพูดไม่ออกเลย วันนี้มันวันซวยของเขารึไงนะ ปลายนิ้วแข็งแรงจิกผมเขาขึ้น
“กรูจะสอนให้เมิงจำไว้ว่า คนอย่างกรูแหยมไม่ได้” ธีรัชใช้มือปัดอุ้งมือที่จิกผมออก ก่อนเอาหัวพุ่งโหม่งเข้าที่อกเขาล้มลงกับพื้น หัวนั้นเจ็บแน่แต่ก็ต้องฝืนทนรีบลุกมานั่งคล่อมเอามือที่ถูกพันธนาการไว้กดคอหอยไว้สุดแรง
“กรูก็จะสอนเมิงเหมือนกันว่า คนอย่างกรูแหยมไม่ได้”
อีกฝ่ายเอามือหยันหน้าเขาล้มลงพลิกตัวขึ้นมาจับมือเขาตรึงไว้เหนือหัว แจ๊คหายใจแรงเอามือลูบคอหอยตัวเอง “เมิงกล้านักนะ กรูจะเอาให้ครางหงิงยังกะหมาเลย คอยดู”
เฮ้ๆๆ แบบนี้เขาไม่ชอบนะ ถึงจะเคยชินแล้วแต่เขาไม่ชอบถูกมัด ธีรัชหายใจไม่ทั่วท้องเลย ตรงที่โดนเตะยังเจ็บอยู่ ไอ้แจ๊คก็ไม่สนอะไรลอกคราบเขาจนล่อนจ้อน สองมือจับข้อเท้าเขากางออก
“ยังดีนะเมิงที่ไม่ดำน่าเกลียดเท่าไอ้โก้”
อ้อพูดแบบนี้แสดงว่ามันสองคนก็ล่อกันเองสิ ธีรัชพยายามดิ้นรนหนี แต่อยู่ในสภาพนี้จะให้ทำอะไรได้มากล่ะ ที่ร้ายกว่านั้นคือไอ้โก้ยังเสือกแอบดูอีกต่างหาก ไอ้เวร!!!!
อีกฝ่ายถอดเสื้อออก อวดแผ่นอกกว้างกับเรือนร่างแข็งแกร่ง ไอ้บ้านี้ตอนใส่เสื้อผ้าไว้ผมเฝ้ารุงรังกับเคราแพะนั้นดูยังกะกุ้ยข้างถนน พอถอดเสื้อแล้วเหมือนเจ้าเงาะลอกคาบเลย เอ้ย!ไม่ใช่ โอ๊ะ!ข้างล่าง...เห็ดโคนยักษ์
เขามัวแต่มองเห็ดไม่ทันมองมือที่ตะบบของๆเขาเต็มมือ โอ้ว.....ฮู้....
มือข้างนั้นทำให้เขาเริงระบำได้เหมือนผีเสื้อล้อกลีบดอกไม้ กำลังเพลินติดลมบนอยู่อีกฝ่ายก็ก้มลงบำรุงบำเรอเขาอย่างรวดเร็ว ความรู้สึกตอนนี้เหมือนกำลังลวกบะหมี่อยู่ ทั้งเขย่า ทั้งกระแทกกระทั้น มันก็ดีอยู่หรอกนะ เพลินดีแต่มันไม่ถึงใจเลยเว้ย ไม่ทันไรร่างกำยำลุกขึ้นมา
“มึงได้ครางเอ๋งแน่” มันพูดเท่านี้ก็ดันเข้ามา ธีรัชตาเหลือกด้วยความตกใจ
“โอ้ย...ไอ้หอกหัก เบาหน่อยสิว่ะ”
“แค่นี้ก็ไม่ไหวแล้วเรอะ เดี๋ยวเมิงจะรู้สึกมากกว่านี้”
โธ่ถัง ชายหนุ่มหลับตาพยายามปรับโทนจังหวะอารมณ์ของตัวเอง ขณะที่ร่างกายใหญ่โตเคลื่อนไหวอย่างดุดัน ตอนนี้ถึงไม่มีอารมณ์ก็ต้องรู้สึก ท่อนเนื้อแข็งแรงเสียดสีภายในเป็นจังหวะ รุกไล่อารมณ์ให้เพลิดเพลินจนความเปียกชื้นไหลลื่นช่วยให้การเคลื่อนไหวคล่องขึ้น จังหวะกำลังมันส์อยู่แท้ๆความสุขก็พุ่งทะลักเข้ามาในร่างเขา อะไรกัน?? จอดป้ายแล้วเหรอ
“เฮ่อ....” แจ๊คหายใจอย่างมีความสุขชั่วครู่ก่อนเหลือบมองใบหน้าบึ้งตึงที่จ้องมองอย่างเดือดดาล “อะไร??”
“ไอ้บ้า...นกกระจกยังไม่ทันกินน้ำเลย ยังมีหน้ามาอวดดีอีกเรอะ” ธีรัชถีบเปรี้ยงกระเด็นออกจากตัว ร่างเล็กลุกขึ้นยืนจังก้า สองมือดึงจนเชือกลุกก่อนจะก้าวเข้ามาตบหัวอีกฝ่ายป้าบ! “ไม่ได้เรื่อง นี่เรอะที่ว่าจะทำให้ครางหงิง เด็กกินอมยิ้มยังเก่งกว่าแกอีก”
ธีรัชกดไหล่เขาลงนั่งคล่อมตัวไว้ “กรูจะสอนเทคนิคบรมจารย์ให้ดู ไอ้เด็กเมื่อวานซืน”
“เฮ้...”เขาพูดได้คำเดียวเท่านั้น
ริมฝีปากร้อนผ่าวประกบเรียวปากนั้นไว้ พลางสอดลิ้นอุ่นเข้าไปในโพรงปากเกี่ยวเอาความหวานเร่าร้อนเคี่ยวให้เข้ม ขณะฝ่ามือเลื่อนลงลูบไล้แผ่นอกแข็งแกร่งเค้นเอาอารมณ์ร้อนแรงออกมา ปลายนิ้วบีบยอดอกแรงตามด้วยจูบขบเม้นไปตามผิวแถมด้วยการกัดย้ำอย่างคลั่งไคล้ แจ๊คดันไหล่เล็กออกแต่เรี่ยวแรงแทบไม่มีเมื่อลิ้นอันเชี่ยวชาญเกี่ยวพันยอดอกสีเข้ม มือข้างหนึ่งลูบไล้ลงมาเบื้องล่างเค้นคลึงความร้อนแรงของเขาเป็นจังหวะหนักแน่นราวกับนักรีดนมวัวมืออาชีพจนแทบจะทนไม่ไหว
“อย่าเพิ่ง...” คนที่ร้องครางเสียงกระเส่าไม่ใช่คนที่ควรได้ แต่เป็นคนที่ควรให้มากกว่า ธีรัชเลื่อนตัวลงช้าๆ สร้างอารมณ์ให้ร่างแกร่งเกร็งเครียดไปตามสัมผัสที่น่าหลงใหล มันทำให้สิ่งที่เขาทำไปเมื่อครู่กลายเป็นคนมักง่ายไปเลย
ปากน้อยๆเผยอกว้างค่อยๆลิ้มรสชาติของแจ๊คช้าๆเหมือนงูที่กลืนกินเหยื่อให้ทรมารและขาดใจตายช้าๆ แจ๊คเกร็งไปทั้งตัวจนเส้นเอ็นปูดโปนไปทั่งร่าง เหงื่อกาฬไหลโทรมกายอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ลิ้นระรัวที่ปลายท่อทำเอาเขาสะท้านขึ้นไปถึงฟ้า
“อา....” มันช่างวิเศษจริงที่รู้สึกเหมือนจมอยู่ในวังวนที่ล้ำลึก กระแสของการดูดกลืนมันรุนแรงทำเอาเขาฉ่ำเยิ้มไปหมด สวรรค์ชั้นฟ้าอยู่แค่เอื้อมแล้ว...เกือบแล้ว “โอ้!!!”
แจ๊คกดหัวผมดกดำเข้าหาตัวเองสุดแรง ร่างกำยำกระตุกเฮือกตอนระบายความสุขออกมาผ่านลำคอธีรัช ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมา ความสุขที่ไหลเยิ้มยังติดที่ปลายลิ้นสีชมพูระเรื่อ แจ๊คอดไม่ได้ที่จะยื่นหน้าไปหาลิ้มรสของตัวเองจากปากน้อยๆ
อารมณ์ยิ่งร้อนแรงขึ้น ความปรารถนาโหมดุจไฟผลาญ ร่างเล็กกว่าโหย่งตัวขึ้น มือจับความแข็งแกร่งขึ้น แล้วเขาก็หย่อนตัวลงมาช้าๆ ความใหญ่โตทำให้การไหลลื่นลำบาก ต่างฝ่ายต่างอึดอัด แต่ไม่นานความพยายามก็สัมฤทธิ์ผล ธีรัชกลืนกินมันได้หมด และเมื่อปรับตัวได้เขาก็ค่อยๆควบขับร่างแกร่งราวกับควบม้าพยศ
“อูย”แจ๊คกัดฟันกรอด เสียววาบมันซี้ดขึ้นไปถึงสมองกับสองมือ เขาห้ามตัวเองไม่ให้โจนทะยานไปด้วยไปด้วยไม่ได้เลย ร่างนี้ช่างน่าพิศวาสเกินห้ามใจ ทั้งสีหน้า ทั้งเสียงร้องคราง ทั้งลีลาที่เร่าร้อนมันทำให้กระหายรสสวาทนี้ไม่หยุด
ธีรัชไข้วขารัดเอวหนาแนบแน่นขณะลิ้มรสความหรรษาที่ไม่มีขีดจำกัด ชายหนุ่มเลียริมฝีปากอย่างสุขสม เกมราคะแบบนี้สิที่เขาชอบ ร่างแกร่งใต้ร่างหนุนจังหวะโลดโผนถึงใจจริง อวัยวะแดงก่ำเปียกโชกเสียดแทงเข้ามาในร่างเขาซ้ำแล้วซ้ำอีกเสียงสอดเสียดผสานกับน้ำเยิ้มนั้นช่างไพเราะเหลือเกิน
ธีรัชเกร็งเครียดเมื่อถึงขีดสุด เขาสำลักความสุขออกมาอย่างมากมาย อาจเป็นเพราะเขาร้างราจากการแสวงหาความสุขมาพักใหญ่ พอได้ลิ้มรสก็ระบายออกมาเสียเต็มที่ แจ๊คก็ถึงเกือบจะพร้อมๆกันเขากอดเอวเล็กเสียเกือบหัก จนกระทั่งความสุขนั้นละลายออกมาหมดแล้ว เขาจึงลุกออกจากร่างแกร่ง ความสุขของพวกเขาปะปนเปกันไหลเยิ้มลงมาตามเรียวขา แจ๊คเงยหน้ามองชายหนุ่มยืนเท้าเอวใส่ สีหน้าเย้ยหยัน
“กลับไปหัดมาใหม่นะหนุ่ม”
มันยอมได้ที่ไหนเมื่อถูกหยามขนาดนี้ แจ๊คลุกมากระชากแขนธีรัชเหวี่ยงไปชนโต๊ะทำงานสูงแค่เอว เขาไม่ทันจะเปิดปากพุดอะไร ร่างกำยำกดทับเขาลงอย่างแรงจนหลังแอ่น ริมฝีปากบดขยี้รุนแรงเหมือนจะสั่งสอนเขาคืน แน่นอนเลยว่าเทคนิคที่สอนไปเมื่อครู่ถูกใช้แทบจะทันที แม้นจะดีใจนิดหน่อยที่หมอนี้หัวไว แต่ตอนนี้เขาไม่อยากต่อรอบสอง
“หยุดนะ...”ใต้ร่างดิ้นหนี ธีรัชเบือนหน้าหนีจูบดุดัน เขาต้องหนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวดเมื่อถูกจิกหัวแรง คราวนี้ริมฝีปากบดเคล้าลงมารุนแรงกว่าเดิม ปลายนิ้วบีบยอดอกคลึงเค้นไปมาตามด้วยปากดูดเม้มราวกับทารกที่หิวโหย ส่วนมือก็เลื่อนลงลูบคลำความอ่อนไหวให้กลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง ธีรัชหายใจหอบกระเส่าชื่นชมความหฤหรรษ์ที่ถูกบำรุงบำเรอเขาเต็มที่ ปลายนิ้วแข็งแกร่งซอกซอนในซอกหลีบของเขาแทงเข้า-ออกอย่างแข็งขีนขณะที่อีกมือชักนำอารมณ์ให้เตลิดเพลิด ไม่กี่นาทีความอดทนก็สะท้านไหวปานแผ่นดินสะเทือน นิ้วแข็งๆถอนออกจากช่องทางที่ชุ่มโชก หันมาดันเรียวขาแยกออกกว้าง ร่างแกร่งลดตัวลงไปหา
“ใช่....” เขาหอบฮัก “ใช่แล้ว” ธีรัชไม่รู้ว่าตัวเองร้องเสียงแหบพร่า เมื่อแท่งเทียนร้อนเป็นไฟแทรกเข้าภายในอย่างรวดเร็วและมุ่งมั่น เพียงครั้งเดียวมันก็ฝังตัวเสียมิดชิดไม่เหลือต้นตอสักนิด แรงประสานก่อให้เกิดวังวนแห่งความหฤหรรษ์ระลอกแล้วระลอกเล่าแผ่ซ่านไปทั่วร่าง ต่างฝ่ายต่างกอดรัดเรือนร่างกันและกันด้วยความโหยหาจุดสุดยอด
“แม่งเอ้ย....เมิงสุดยอดเลยว่ะ”
“เอ่อ อย่ามัวแต่พล่ามสิว่ะ เอากรูแรงๆ”
ไอ้แจ๊คฉีกยิ้ม เขาละมือจากธีรัชข้างหนึ่งคว้าขอบโต๊ะไว้แล้วเสือกตัวไปข้างหน้าอย่างแรงจนโต๊ะเขยื้อนดังพรืดๆ โต๊ะราคาถูกๆนั้นสั่นกึกๆตามจังหวะการรุกไล่ที่ทรงพลัง แจ๊คขย่มอย่างเมามัน เพื่อให้เคลื่อนไหวคล่องแคล่วขึ้นเขาดันขาทั้งสองของธีรัชขึ้น หัวเข่าจรดอก เปิดช่วงล่างให้เป็นของเขาเต็มที่ ต่างฝ่ายต่างจ้องสบตาห่างกันแค่ไม่กี่นิ้ว มีแค่ขาของธีรัชกั้นกลางเท่านั้น แจ๊คแลบลิ้นเลียริมฝีปากล่างเขาเบาๆ ชายหนุ่มจึงแลบลิ้นเลียลิ้นโต้คืนบ้าง
ร่างแกร่งบดขยี้ลงมาอยางคลั่งไคล้จนริมฝีปากโน้นมาพบกัน เนื้อนุ่มๆทั้งปากบนปากล่างบีบรัดและดึงดูดความแข็งขันให้จมลึก สะโพกแกร่งขยับออกมาถึงสุดปลายแล้วจ้วงแทงอย่างไม่ยั้ง แจ๊คแหงนหน้าขึ้นซี้ดปากเอร็ดอร่อยไปกับรสชาติที่สุดยอดไม่สนว่าเนื้อตัวจะเปียกชื้นไปด้วยเหงื่อและน้ำกามาเลอะเทอะยังไง เขาสนแต่ว่าจะต้องไปให้ถึง ให้ถึงเท่านั้น ธีรัชแอ่นตัวขึ้น ภายในบีบรัดแท่งเทียนกระชับแน่นทำให้พุ่งทะยานขึ้นถึงที่สุดในนาทีนั้น
ทั้งคู่แผดเสียงร้องราวกับวัวถูกเชือดลั่นห้องทำงาน ไอ้โก้มองอยู่ข้างนอกก็อดไม่ได้ที่จะบำบัดอารมณ์ตัวเองไปด้วย ลีลาของธีรัชยังเหนือชั้นเหมือนเดิม แค่นั้นยังไม่พอข้างในยังร้อนระอุต่ออีกหลายรอบ ต่างฝ่ายต่างแก้เผ็ดกันอย่างไม่ลดละ เมิงเอากรู กรูเอาเมิงแก้เกมกันด้วยทิฐิ เล่นเอาเขาเอียนเกมนี้ไปเลย กว่าทั้งคู่จะยอมเพลามือก็เกือบฟ้าสาง เขาต้องหิ้วปีกไอ้แจ๊คเดินเข่าอ่อนหนีไปก่อนที่พนักงานอื่นๆจะกลับมา
*************************
“อูย....” ธีรัชอุทาน ตอนเดินขึ้นบันไดรู้สึกเจ็บปั้นเอวแปล้บๆ ต้องเกาะราวบันไดแล้วเดินกระย่องกระแย่งไปทีละขั้น ไอ้เด็กบ้าเล่นเอาเอวเขาเคล็ดเลย แปะพลาสเตอร์แก้ปวดแล้วมาสอง-สามวันแล้วยังไม่หายเจ็บอีก อูย....โชคดีนะที่ไม่มีใครสังเกตความผิดปกติ เขาถึงทำงานที่นี่ได้ต่อไป
“ธี ช้าจังเอกสารล่ะ” ประยูรเห็นหน้าเขาก็ถามหา
“อยู่นี่ครับ”
“เป็นอะไรน่ะเรา”
“เอวเคล็ดครับ นอนผิดท่าไปหน่อย”
“อายุเพิ่งเท่าไรกัน เดินยังกะคนแก่เลย ยืดหลังหน่อย เดี๋ยวมีประชุมนะ”
“ประชุมเช้าเหรอครับ”
“ใช่ ท่านประธานจะมา ได้ยินว่าจะฝากลูกชายทำงานที่แผนกนี้”
“หื้อ?? ฝากลูกชายเหรอ”
“หึหึ นายเพิ่งมาไม่รู้อะไร ประธานเราน่ะเจ้าชู้จะตาย มีลูกคนแรกตั้งแต่อายุ15 จนกระทั่งเดี๋ยวนี้ก็ยังไข่ทิ้งไปทั่ว ผู้หญิงในบริษัทต้องระวังตัวแจ แล้วลูกแกน่ะ แต่ล่ะคนน่ะนิสัยเฮ้วเหมือนพ่อไม่มีผิด แกเอาไปฝึกงานแผนกโน่นแผนกนี้เสมอ บางคนก็นิสัยดีขึ้น บางคนไม่ดีขึ้นแกก็ส่งไปอยู่บริษัทเดินเรือของปู่กับย่า เรียกว่าไม่ต้องมาเจอหน้ากันอีกเลยในชาตินี้”
“โห....อย่างนี้ก็มีด้วย”
“ก็มีแต่ประธานบริษัทเรานี่แหละ ลูกเยอะก็ไม่ค่อยจะสนใจว่าลูกจะเป็นยังไง”
ธีรัชหัวเราะเดินหนีไปชงกาแฟดื่ม รู้สึกว่าตัวเองโชคดีขึ้นเยอะที่ไม่มีพ่อเฮี้ยบขนาดนั้น เกือบสิบโมงทั้งหมดเข้านั่งประจำโต๊ะใครโต๊ะมันรอประธานมาถึง และเมื่อประตูห้องเปิดเข้ามา ความเครียดก็ประดังเข้ามาด้วย
ร่างสูงในชุดสูทสีเข้มเดินเข้ามาอย่างผึ่งผาย ตามด้วยเลขาชาย เลขาหญิงที่หน้าตาออกจะแนวป้าๆเห็นแล้วเจี๊ยะบ่เลาะ แม่คนนี้สงสัยว่าเมียแกส่งมาแห๋งๆ สุดท้ายถึงเป็นชายหนุ่มร่างสูงไม่แพ้ผู้เป็นพ่อ เขาใส่เสื้อเชิ้ตสีขาว กางเกงยีนต์เรียบๆ
“สวัสดีทุกคน”
ธีรัชกระพริบตาปริบๆ โต๊ะเขาอยู่หลังสุดถึงมองหน้าไม่ค่อยชัด เขาจึงยกแว่นขยายขึ้น คนพ่อไอ้จอมหยิ่งในลิฟต์ที่เขาจามใส่นั้นเอง โฮ่...หน้าหนุ่มอย่างนั้นไม่คิดว่าจะเป็นพ่อได้เลยแฮะ ส่วนคนลูก?? เขาเลื่อนแว่นขยายมามองคนที่ยืนคนสุดท้าย โอ๊ะโอ๋!
รายนั้นฉีกยิ้มกว้างให้เขา ธีรัชคอตกรู้สึกหมดแรงเข้าแล้ว ไอ้หอกหักเอ้ย....

แต่สงสารนายธีรัชจัง....เห่อๆ
สงสัยคราวนี้จะเจอศึกหนักแน่
#1 By koryu (125.26.175.127) on 2008-06-22 13:34