Miracle 10 (แก้ไขใหม่)
posted on 11 Jul 2008 09:02 by luckyzoneสิ่งที่เห็นนั้นเป็นภาพที่ออกจะแปลกประหลาดสำหรับบรรดาสาวกระต่ายทั้งหลายเมื่อเดินผ่านสวนต่างเหลือบมองด้วยสายตาหวั่นไหว สะเทิ้นอาย กึ่งๆชื่นชม เพราะไม่เคยมีแขกผู้ใดจะอยู่ในสภาพที่แท้จริงในอาณาเขตของคฤหาสน์มาก่อน ราชสีห์หนุ่มนอนอาบแดดอย่างมีความสุข ร่างใหญ่โตขนสีทองเอกเขนภายใต้แสงแดดรำไร แผงคอดำขลับยาวพริ้วตามสายลมเอื่อย สบายซะจนเผลอครางครืนออกมาเบาๆ เจลกาสาวเห็นแล้วอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจตาม เฮ่อ..
“โอลี่....” ร่างเล็กปราดเปรียวทักทายมาแต่ไกล โอเรสเท้นท์เพิ่งเห็นเขาอยู่ในชุดเครื่องแบบนักเรียนเป็นครั้งแรก แถมมากับคนที่มีกลิ่นแปลกๆมาด้วยแฮะ “วันนี้ทำอะไรมั่งล่ะ”
“นอนอาบแดดอย่างเดียว ฮ้าว...สบายดีจัง” ร่างกำยำลุกเหยียดแข้งเหยียดขากับมาในร่างคน ผิวสีทองแดงกร้านแดดอวดแผ่นอกเปลือยเปล่ากล้ามเนื้อหน้าท้องแข็งแกร่งเป็นลอน รูปร่างเขาสวยยังกะรูปปั้นสลักที่แสนเพอร์เพ็ก แม้แต่ผู้ชายด้วยกันก็ยังต้องมองด้วยความอิจฉา
“โอลี่ ผมมีเพื่อนมาด้วย เขายังไม่เคยเห็นสิงโตเลย ผมเลย...พา....มา....” ลายไทยยิ้มร่าเริงพาเพื่อนมาแนะนำให้รู้จัก แต่พอเข้ามาใกล้เข้าๆ บางอย่างก็เกิดขึ้น สมาธิเริ่มไม่อยู่กับร่องกับรอย เขามองตาแป๋ว โอเรสเท้นท์กับชนวีร์ก็มอง ไม่แนะนำให้รู้จักกันสักทีล่ะ??
“ง๊าว...!!” จู่ๆเขาก็กระโจนใส่ร่างสูงกึ่งเปลือยนุ่งแต่กางเกงนอนซะเซถลา เด็กหนุ่มกอดรัดแน่บแน่นก่อนจะกางเล็บตะกุยแหลก แถมกัดเข้าที่ซอกคอด้วย ยังกะคนคลั่งยาบ้า ชนวีร์อ้าปากค้างกว่าจะตั้งสติได้
“ไทย! หยุดนะ นายเป็นอะไร??” เขารีบเข้าไปกอดจากด้านหลังลากออกมา
“แง๊ว....” ลายไทยคลั่งซะจนตาแดงก่ำ ขนฟองทั้งตัว เล็บตะกุยขากางเกงโอเรสเท้นท์ไม่ปล่อย พอโดนลากออกห่างได้วาเศษถึงค่อยสงบลงได้ เล็บกับเขี้ยวหดหายไปหมด เขากระพริบตาปริบๆเงยหน้ามองเพื่อน “วี??”
“นายเป็นอะไรไป อยู่ดีๆก็คลั่งขึ้นมาได้”
“ฉันเหรอ??”
“เขาติดสัดน่ะ ครั้งแรกของแมวก็งี้” โอเรสเท้นท์ลุกถอยห่างไปอีกก้าว คอและแผ่นหลังมีแต่รอยข่วนเลือดออกซิบๆ แต่เพียงเดี๋ยวเดียวแผลก็หายอย่างรวดเร็ว “เขาว่ายิ่งเด็กติดสัดเร็วเท่าไรก็ยิ่งคลุ้มคลั่งเท่านั้น ผมเคยเจอแมวเด็กกว่านี้ติดสัด คลั่งซะจนต้องล่ามโซ่เลย แต่ถ้าได้ผสมแล้วก็จะหายเป็นปลิงทิ้งเลย”
“งั้นเหรอ” ชนวีร์ทำหน้าไม่ค่อยเชื่อ แต่เขาเป็นหมาป่าไม่ใช่แมว
“เมื่อกี้ผมลืมตัวไปเหรอ”
“ใช่” สองหนุ่มหมาป่าและสิงโตว่าพร้อมกัน
“ฉันว่าช่วงนี้นายอยู่ห่างๆฉันจะดีกว่า นายกำลังฮีทอย่างแรง แต่ถ้าเลดี้ท่านไม่ว่ากระไร นายอยากจะมาหาก็ได้นะ ฉันยินดีอนุเคราะห์ให้เสมอ” ราชสีห์หนุ่มว่าทีเล่นทีจริง ลายไทยหัวเราะเยาะคืน
“เห็นจะไม่รับประทานหรอก ผมหาตัวเมียเองได้”
“งั้นก็รีบหน่อยล่ะ ฉันขี้เกียจแกะนายออกมาจากตัวทุกครั้งที่เจอ”
สองคนมีทีท่าจะประชดประชันกันอีกนาน ชนวีร์จึงสะกิดเบาๆ “จะไม่แนะนำให้รู้จักกันหน่อยเหรอ”
“อ้อ! โทษที โอลี่ นี่ชนวีร์เพื่อนผม ส่วนเขาโอเรสเท้นท์ แขกชั่วคราวของที่นี่น่ะ”
“ยินดีที่ได้รู้จัก”
“เช่นกัน” สองหนุ่มจับมืออย่างฉันท์มิตร สิงห์โตและหมาป่าไม่ใช่มิตรและศัตรูกันทางธรรมชาติ อีกทั้งชนวีน์อายุน้อยกว่า จึงไม่มีความเป็นปฏิปักษ์ต่อกัน พวกเขายังไม่ทันได้คุยมากกว่านี้ลมเปลี่ยนทิศกระทันหันพัดเอากลิ่นหอมของเพศผู้ที่แข็งแกร่งโชยมาแตะจมูก ลายไทยตาลุกวาวทันที เขาคำรามแฮ่..
สองหนุ่มกระเจิงไปคนล่ะทิศ “เฮ้ๆๆ เอาออกไปที เอาออกไปๆๆ”
“โอเค” เป็นหน้าที่ของชนวีร์โดยอัตโนมัติที่ต้องลากร่างเล็กออกห่าง
“แง๊ว....แง๊ว!!!” แมวขาวคลั่งพยายามกางเล็บเข้าหาอีกฝ่ายให้ได้ จนโดนหิ้วเอวออกจากทิศทางลมได้ถึงหายบ้า “นี่ฉันเป็นอีกแล้วเหรอ”
“เอ่อ! ดีใจที่ได้คุยกับคุณนะ”
“เช่นกัน” ราชสีห์หนุ่มโบกมือลาเพื่อนหมาป่าอย่างเสียดาย ไอ้หนูแมวนี่เป็นเอามากแฮะ น่าจะจัดการซะเรียบร้อย จะได้เลิกฮีทซะที ถ้าเป็นที่บ้านเขานะ ป่านนี้จัดการหาสาวไม่ก็หนุ่มให้เรียบร้อยแล้ว แต่ทางเอเชียไม่เสรีทางเพศเท่าแอฟฟิกา ที่นี่ให้ความสำคัญกับครั้งแรกมาก แทบจะเป็นการหาคู่ครองตัวเดียวในชีวิตเลย เช่นนั้นก็น่าเสียดายมาก อิสระในการเลือกคู่น่ะสนุกกว่าครองคู่เดียวเป็นไหนๆ
*********************
“เป็นอีกแล้วเหรอ” ท่านผู้หญิงเดือนวาดไม่ได้บ่นหรือแสดงความเบื่อหน่าย แต่ในน้ำเสียงเจือความยุ่งยากใจอยู่บ้าง เมื่อหมาป่าหนุ่มเล่ารายละเอียดทั้งหมดให้ฟัง
“ผมจำไม่ค่อยได้ครับ” ลายไทยยิ้มแฮะๆ ที่โรงเรียนก็มีแมวสาวๆหนุ่มๆอยู่บ้าง แต่กลิ่นก็ไม่แรงเท่าหนุ่มที่บ้าน ปัญหาก็เลยตกอยู่ที่นี่มากกว่า
“ท่านครับ พอดีอาจารย์ให้ทำรายงานวิชาสัมพันธ์ภาพชีวะเก็บคะแนน ผมว่าจะชวนลายไทยไปค้างที่บ้านสักระยะ รอให้เขาพ้นช่วยติดสัดด้วยน่าจะดีกว่าอยู่ที่นี่นะครับ”
“แล้วบ้านเราไม่มีแมวหรือ”
“ไม่มีครับ บ้านผมมีแต่พวกคามสิงห์ล้วนๆ”
“เช่นนั้นก็ดี ลายไทยว่าไงจ๊ะ ไปอยู่บ้านวีสักระยะดีมั้ย”
“ไม่มีปัญหาครับ แล้วโอลี่ล่ะครับ”
“ไม่ต้องห่วงจ๊ะ คนของภวินท์ทำเอกสารให้แล้ว เห็นว่าพรุ่งนี้บ่ายก็ได้แล้ว”
“เหรอฮะ งั้นก็หายห่วงหน่อย”
“เราไปเก็บเสื้อผ้าไป้ แค่2-3ชุดก็พอ อย่าลืมนะว่ายังอยู่ในระหว่างทำโทษ ห้ามเราไปเที่ยวก่อเรื่องที่ไหนนะ ถ้าท่านนายพลมาฟ้องย่าล่ะก็ ได้เจอโทษหนักแน่ เข้าใจมั้ย”
“ครับผม” เด็กหนุ่มยิ้มแฮะๆ รีบปลีกตัวไปเก็บของปล่อยให้ชนวีร์คุยกับท่านผู้หญิงไป เสียดายที่เขาหาถิงถิงไม่จอเลยทิ้งโน๊ตไว้ให้เท่านั้น เก็บเสื้อผ้าและหนังสือใส่กระเป๋าออกมายังไม่ถึงห้องรับแขกดีเลย เท้าเล็กๆหยุดกึกที่ระเบียงทางเดิน
กลิ่นอะไรน่ะ....สายลมอ่อนๆพัดผ่านทางเดินที่เปิดโล่งทำให้ได้กลิ่นหอมทำให้นึกสงสัยจริงๆ นั้นมันกลิ่นอะไรนะ...หอมหวานเหมือนกลิ่นขนมปังอบใหม่ นุ่มนวลเหมือนเนยชุ่มฉ่ำ เชิญชวนให้ลิ้มลองเหลือเกิน
น่าแปลกที่กลิ่นไอมันช่างแตกต่างกลิ่นตอนเช้าที่ร้อนแรงราวกับไฟ นี่ร้อนรุ่มลามเลียแผ่วเบาราวกับไฟที่ยอกเอินเล่น ยั่วให้อยากลิ่มลองทีละเล็กล่ะน้อย จนอดไม่ได้ที่ตามมันไป ลายไทยรู้สึกเหมือนกำลังล่องอยู่ในนาวาฝัน ยิ่งตามไปกลิ่นอันน่าเคลิ้บเคลิ้มหลงใหลยิ่งชัดเจน
“นี่เป็นรายงานจากต.มครับ” เตชน์ยื่นเอกสารให้เจ้านาย ในห้องประชุมรูปไข่ผนังไม้ซีดานสีน้ำตาลสวย ว่าที่ประมุขฝ่ายบริหารนั่งหัวโต๊ะประชุม ข้าราชการกระทรวงต่างประเทศ ต.มและเจ้าหน้าที่พิเศษจากกรมตำรวจ
“สืบหาไปถึงไหนแล้ว”
“จากเบาะแสเราตามไปถึงย่านถนนข้าวสารครับ จากนั้นก็หายไปเลย”
“แกะรอยจากบัตรเครดิสได้มั้ย”
“ได้ครับ แต่กลายเป็นว่าบัตรถูกขโมย”
“ถูกขโมย? หมายความว่าเจ้าชายจากมาร์ซิโดร์เนียถูกขโมยของในบ้านเรา มีการแจ้งอายัดบัตรมั้ย”
“ไม่มีครับ แต่จากการเช็คใบบันทึกแจ้งความสถานทีตำรวจรอบๆย่านนี้แล้ว มีน่าสงสัยอยู่2-3รายครับ แต่กระผมคิดว่าน่าจะเป็นรายนี้มากกว่า ในบันทึกคอมฯลงว่าชาวต่างชาติชาย อายุ20เศษ พาสปอรต์หายไปพร้อมกับกระเป๋าเงินไม่มีคนยืนยันสถานะได้ ระหว่างที่รอนั้น เขาก็หายออกไป 10นาทีถัดมามีประชาชนมาแจ้งว่าพบสิงโตวิ่งบนทางหลวงไล่กวดรถประจำทางคันหนึ่งก่อนคาบผู้โดยสารไปด้วยคนหนึ่ง ตำรวจตรวจสอบแล้วไม่พบร่องรอยอะไร จึงไม่สามารถสืบต่อได้”
“สิงโต??...เรามีกล้องติดต้องบนเสาสัญญาณไฟไม่ใช่เหรอ”
“เอ่อ..เผอิญวันนั้นกล้องเสียครับ”
ภวินท์กัดฟันกรอด อย่างนี้ทุกที เวลาต้องการฉุกเฉินขึ้นมามันดันมาเสียมาเจ๊งทุกที ตอนไม่มีอะไรก็เปิดให้เปลืองเทปเปลืองงบประมาณเล่น ทำไมเมืองไทยมันถึงได้เป็นแบบนี้นะ ชายหนุ่มถอนหายใจเฮือก
“แล้วทางสถานทูตล่ะ ส่งรูปใบใหม่มารึยัง”
“ยังครับ”
“ยังอีก! นี่มันเรื่องเร่งด่วนไม่ใช่รึ ทำไมเขายังช้าอยู่ได้ โทรตามสถานทูตรึยัง”
“โทรแล้วครับ แต่เป็นเพราะว่ามาร์ซิเนียไม่มีสถานทูตในไทย เขาจึงต้องติดต่อผ่านสานทูตอังกฤษ แล้วรูปถ่ายที่ส่งแฟล็กซ้ำกันมันก็ได้แต่หน้าดำๆมา2-3ครั้งแล้วครับ แล้วทางแอฟฟิกาโน้นก็ค่อนข้างล้าหลังคอมพิวเตอร์รุ่นเก่าทั้งนั้นครับ ส่งอีเมล์มาก็ไม่ได้”
“งั้นให้สถานทูตเราไปเอารูปถ่ายจริงส่งเครื่องบินมาเลย ถึงจะมาช้าไปอีกวันก็ยังดีกว่าได้แฟล็กซ์หน้าดำๆมา”
ปัง! ภวินท์พูดจบประตูก็เปิดผ่างเข้ามา ทั้งหมดหยุดกึกหันไปมองผู้ที่กระทำมารยาททรามเป็นตาเดียว ร่างเล็กยืนคาประตูอยู่อย่างนั้นมองแต่ล่ะคนด้วยสายตาพินิศพิจารณาก่อนมาหยุดที่คนนั่งหัวโต๊ะ
“เรากำลังประชุมอยู่นะ ออกไป” เตชน์เข้ามาไล่ ลายไทยเดินผ่านวูบไม่สนใจเลย เขาตรงเข้ามากอดซบหน้ากับไหล่ภวินท์ต่อหน้าต่อตาข้าราชการเล่นเอางงเป็นไก่ตาแตกเป็นทิวแถว
ชายหนุ่มอึ้งจนพูดไม่ออกเลย ต่อหน้าต่อตาลูกน้องทั้งกองเลย เขาทั้งดันทั้งแกะมือออกจากตัวแต่ก็ไม่เป็นผล ไอ้เด็กบ้ายังหนุบหนับเขาไม่เลิก เตทน์เข้ามาลากแขน
“ปัญญาอ่อนรึไงถึงเข้ามาไม่ดูตาม้าตาเรือ ออกไปเดี๋ยวนี้นะ”
วูบ!! ความที่คิดว่าง่ายทำให้เตทน์ไม่ระวังตัว ลายไทยจับข้อมือเขาพลิกหักไปอีกด้านทำให้ต้องบิดตัวไปตามแรงบิดเพื่อไม่ให้แขนหัก จนต้องคุกเข่าลงกับพื้นท่ามกลางความตกใจของคนอื่นๆ
“โอ้ย...”
มือเล็กๆพลั่กร่างใหญ่โตกว่าเท่าหนึ่งด้วยแรงที่มากกว่าปกติส่งเขาไถลไปตามพื้นชนเข้าประตูที่เปิดกว้าง โครม!!
นี่มันเป็นอย่างนี้ได้ยังไง ภวินท์มองอย่างไม่เชื่อสายตา เตทน์เป็นลูกผสม เสือโคร่งกับแมวป่าถึงไม่ใช่สายพันธ์แท้แต่ก็แข็งแกร่งไม่แพ้เขา กลับโดนแค่แมวขาวมณีเล่นงานได้ง่ายๆ ตอนที่กำลังงุนงงอยู่นั้นร่างเล็กถือโอกาสขึ้นมานั่งตักเขาหน้าตาเฉย ลายไทยนั่งขวางเอาขาพาดพนักแขน มือโอบกอดซบหน้ากับไหล่กว้างราวกับสมบัติส่วนตัว ตอนนั้นเองที่เสือหนุ่มได้กลิ่นที่โชยออกจากร่างเล็ก กลิ่นหอมประหลาดราวกับดอกไม้ทั้งโลกซุกซ่อนอยู่ในหีบพอเปิดออก มันฟุ้งกระจายเข้าทุกอณูในร่างกาย แย่แล้ว....
ลายไทยซบไหล่กว้างรู้สึกสบายใจอย่างที่สุด แต่ยังมีสายตาอีกหลายคู่จ้องอยู่ตาเป็นมัน เด็กหนุ่มหันไปมองตาสีแดงวาว พูดแค่สองคำ “ออกไป!”
ทุกคนลุกขึ้นเก็บของพรึ่บพั่บเผ่นออกไปทันที
“เดี๋ยว!....” ภวินท์ร้องห้าม แต่ไม่มีใครอยู่ฟัง เขารู้สึกขนลุกเกรียว นี่มันอะไรกัน?? อะไรกัน...ทำไมจู่ๆถึงรู้สึกว่ามีรังสีของพยัคฆ์ออกมาจากร่างแมวขาวมณี เขาไม่ได้คิดไปเอง คนเหล่านั้นก็รู้สึกถึงได้รีบหนีออกไป ไม่มีแมวไหนในโลกนี้ที่มีรังสีของเสือเด็ดขาด
“โอ้ยยย...” ลายไทยสะดุ้งจู่ๆหูโดนดึงอย่างแรงจนเขาล้มตกเก้าอี้ เด็กหนุ่มตกใจรีบตะเกียตตะกายขึ้นมาถึงเห็นท่านผู้หญิงยืนค้ำเขาอยู่ “ท่านย่า..”
“ทำอะไรของเรา ถึงได้ตะเพิดคนออกไปหมด เขากำลังประชุมอยู่นะ”
“เอ่อ....” ลายไทยงุนงงมองไปรอบๆ เขาจำอะไรไม่ได้เลยแฮะนอกจากเหมือนฝันไป
“วี รีบพาเขาไป กว่าช่วงติดสัดจะหายก็อีกอาทิตย์โน่น”
“ครับ ผมขอตัวกลับเลยนะครับ” ชนวีร์ไห้วลาก่อนกึ่งลากกึ่งจูงลายไทยที่ยังงงอยู่ออกไป ท่านผู้หญิงมองด้วยความเป็นห่วง อาการติดสัดของลายไทยออกจะรุนแรงกว่าที่คาดคิด หากไปอยู่ท่ามกลางหมาป่าฟีโรโมนอาจจะลดน้อยลงบ้าง
*********************
เรือนไทยริมน้ำอายุอานามร่วมร้อยกว่าปีดูเด่นเป็นสง่าท่ามกลางแสงแดดแผดเผา ร่มเงาของไม้ใหญ่ช่วยให้รอบบ้านดูร่มเย็น เพียงเข้าใกล้เรือนใหญ่ก็รู้สึกถึงไอเย็นจากสายลมที่พัดผมสัมผัสผิวกาย เหงื่อที่ไหลย้อยตามไรผมเหือดหายเย็นสบาย ลายไทยมาถึงบ้านของชนวีร์เป็นครั้งแรกก็รู้สึกตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก ความเก่าของที่นี่แสดงให้เห็นถึงความสมถะและรากเหง้าอันเก่าแก่ของสายตระกลูดูแล้วน่าเคารพ
“วันนี้มีอะไรกันเหรอ” เด็กหนุ่มเข้ามาในรอบรั้วบ้านถึงเห็นรถจอดเรียงอยู่หลายคัน คนเดินเข้าเดินออกมากมาย
“อ้อ...วันตรวจสุขภาพประจำปี คุณตาจะให้อนามัยมาตรวจสุขภาพคนในบ้านปีล่ะครั้ง ชาวบ้านระแวกนี้ก็มาขอตรวจด้วยก็เลยครึ้กครื้นอย่างนี้แหละ คุณตาครับ”ชนวีร์เดินเข้ามาก็พบกันท่านพลเอกจักรภพ
“สวัสดีครับ” ลายไทยไหว้ทักท่านก่อน
“อ้อ..สวัสดี...มากันแล้วเหรอ ท่านผู้หญิงเป็นยังไงบ้าง”
“ท่านสบายดีครับ วันนี้คนมากันเยอะเลยนะครับ”
“ตรวจสุขภาพฟรีก็อย่างนี้แหละ ช่วงนี้เป็นไข้หวัดกันเยอะ เราล่ะแข็งแรงดี”
“ครับ เรื่องหวัด เรื่องไข้นี่ ผมไม่เคยเป็นเลยครับ”
“ไหนๆก็มาแล้ว ตรวจเสียหน่อยเป็นไง” ท่านชวนแบบบุ๊ปปั๊บ
“เอ่อ....ไม่ดีกว่าครับ ผมกลัวเข็ม”
“ฮะฮะฮะ...ตรวจเสียหน่อยน่า ช่วงนี้ไข้กำลังระบาดด้วย ตาจะได้สบายใจ ตรวจทั้งคู่แหละ เร็ว..” ท่านไล่พวกเขาเหมือนเป็นเด็กๆ ลายไทยรู้สึกดีที่ท่านไม่ถือตัวเรียกตัวเองว่าตากับเขาด้วย เขาเข้าแถวให้หมอเอาเข็มจิ้มดูดเลือดไปนิดหน่อย
เสร็จสรรพสองหนุ่มก็ขอตัวไปดูห้องหับกัน หมอหนุ่มจัดเรียงหลอดเลือดติดชื่อเรียบร้อย เขายื่นให้ท่านนายพล หลอดแก้วใสข้างในบรรจุเลือดสีแดงข้น ท่านกำมันไว้ชั่วครู่ก่อนส่งคืนให้หมอเอาใส่กล่องปิดทับอย่างดี มันถูกหอบหิ้วขึ้นรถขับออกไป ขณะที่หมอคนอื่นๆยังตรวจชาวบ้านต่อไป....
ลายไทยนอนห้องเดียวกับชนวีร์สองคนนิสัยเดียวกันคือขี้เกียจทำรายงาน ขนาดช่วยกันแล้วก็ยังทำได้ไม่ถึงครึ่ง ทั้งคู่นอนจนสายโด่ง พอตื่นขึ้นมาเขาก็นึกถึงโอเรสเท้นท์ขึ้นมา ไหนๆก็รู้จักกันแล้ว ก็ต้องช่วยดูแลกันให้ถึงที่สุดสิ
หลังอาหารกลางวันเขาจึงโทรศัพท์ไปที่บ้านเรียกให้มารับสาย
“ไง..”
“ไง...ได้เอกสารแล้วยัง”
“ได้แล้ว เร็วที่คิดไว้เยอะ”
“ค่อยยังชั่วหน่อย ผมไม่ติดหนี้คุณแล้วนะ โชคดีล่ะ”
“นี่ เดี๋ยวฉันจะออกไปแล้วนะ มาเจอกันหน่อยมั้ย”
“มีอะไรล่ะ”
“ไม่มีอะไรหรอก ก็คิดว่าไหนๆก็รู้จักกันแล้ว ช่วยเหลือกันขนาดนี้ฉันก็น่าจะเลี้ยงสักมื้อ ว่าไง มาเจอกันที่วัดท่าน้ำมั้ย ฉันอยากไปเที่ยวแถวนั้นพอดี” มีคนเลี้ยงอาหารแล้วได้เที่ยวด้วยมีหรือจะปฏิเสธ
“ถ้าคุณเลี้ยงก็ไปสิ ผมพาเพื่อนไปด้วยนะ”
“ได้ เจอกันที่นั้นตอนบ่ายสามนะ”
วางหูแล้ว ลายไทยรีบชวนชนวีร์เลย สองหนุ่มอาบน้ำแต่งตัวออกไปเที่ยวกัน พวกเขาออกมาก็พบกับท่านพลเอกนั่งคุยกับใครคนหนึ่ง ตรงหน้าทั้งคู่เป็นแฟ้นเอกสาร พอเห็นพวกเขาเท่านั้น มันถูกเก็บทันที
“เอ่อ...จะออกไปข้างนอกกันรึ”
“ครับ นัดเพื่อนไว้....มีอะไรรึเปล่าครับ” ชนวีร์ถาม เขามองสีหน้าคุณตาตลอดเวลา
“ไม่มีอะไรหรอก ไปเถอะ”
“งั้น...ผมจะกลับมาไม่เกินทุ่ม” ชายหนุ่มบอกทำนองว่าเขากลับมาฟังเรื่องทั้งหมดด้วย
“ผมไปนะครับ” ลายไทยทักทาย
“เที่ยวให้สนุกนะ” ท่านพลเอกยิ้มกว้างจนกระทั่งสองหนุ่มออกไปพ้นบริเวณบ้านแล้ว ท่านถึงหันมามองคนสนิท กับเอกสารผลการตรวจเลือด “ทดสอบแน่แล้วนะ”
“ห้องแล็บเทสต์ถึง3ครั้ง ผลเลือดตรงกันครับไม่ผิดแน่”
ท่านถึงกับยกมือกุมขมับ หายใจอย่างเหนื่อยอ่อน “มันเป็นไปได้ไง....มัน! เป็นได้ไง”
“เมื่อคืนพอทราบผล ผมก็สืบต่อถึงรู้ว่าในสายตระกลูคุณหญิงมีสถิติแท้งติดๆกันในรอบ10ปี ผลการตรวจจากโรงพยาบาลหมอยืนยันว่าแท้งเพราะสายเลือดบกพร่อง ทายาทชั้นเหลนล้วนแต่เป็นสายพันธ์รอง แต่เด็กคนนี้เป็นคนเดียวที่พันธ์ขาวมณีทั้งที่พ่อเป็นแมวโคราช ส่วนแม่เป็นแค่สามสี ดังนั้นเพื่อให้สายตระกูลอยู่รอด ผมคิดว่าคุณหญิงจำเป็นต้องใช้สายเลือดตรงมาโคลนนิ่ง”
“โคลนนิ่ง??”
“ครับ....เป็นของคนผู้นั้น”
ท่านพลเอกจักรภพถึงกับขนลุกซู่ รู้ได้เลยว่าหายนะมาเยือนอยู่ตรงหน้าแล้ว “แล้ว...แล้ว คุณหญิงเอาDNAมาจากไหน ศพนั้นก็อยู่เรากับแท้ๆ”
“ท่านครับ…ผมไม่อาจทราบได้ ผมรับงานต่อจากคุณพ่อ ซึ่งท่านเก็บทุกอย่างละเอียดรอบคอบจึงไม่แน่ใจว่า...”เขาจ้องตาท่านนายพลแน่วแน่ “ หมอที่ปักกิ่งเก็บงานเรียบร้อยรึเปล่าครับ”
ดวงตาฝ้าฟางฉายแสงวาววับในแสงสะท้อน ร่องรอยเล็กๆที่คิดว่าปกปิดดีแล้วยังอุตส่าห์เล็ดลอดไปได้อีกหรือ?? “ ประวีร์ ช่วยฉันหน่อยเถอะ....ไปปักกิ่งให้ฉันที ไปสืบดูว่าใคร...ใครที่เอาDNAมาให้คุณหญิง เพราะเธอทำเองไม่ได้แน่ ตระกลูเธอถูกล้างเหลือแต่เด็กๆ เธออยู่อเมริกากับสามีกลับมาก็ไม่มีอะไรเหลือ มีแต่หนี้สินกับหลานๆ แถมลูกในท้องอีกหลายคน ไม่ใช่เธอแน่....เธอแค่จะรักษาสายพันธ์เท่านั้น เราจะต้องดูให้ดีว่ามีใครอีกที่รู้ความลับนี้ เราต้องกันเด็กคนนั้นให้อยู่ห่างๆท่านผู้หญิงให้มากที่สุด....ตราบใดที่ยังไม่มีใครรู้ ก็ไม่ต้องห่วงว่าไอ้พวกนั้นจะหันมาแวงกัดเรา”
“แต่ถ้าพวกมันรู้??”
“งั้นเราก็จะใช้สิ่งนี้ปกป้องพวกเราเอง....”
ท่านนายพลว่า ดวงตาฉายแววความกังวล ท่านไข้วคว้าหาอำนาจด้วยการสละความภักดีไปครั้งหนึ่งแล้ว ตอนนี้ท่านทำได้เพียงรักษาความลับนี้เพื่อแสดงความภักดีที่เหลืออยู่
**************************
แดดบ่ายสามนั้นร้อนเปรี้ยง ยิ่งท่าน้ำในวัดยิ่งแดดจ้าแสบตา ลายไทยที่ตาแมวค่อนข้างแพ้แสงต้องใส่แว่นกันแดดสวมหมวกป้องกันความร้อนเดินเกาะชายเสื้อแจ๊กเก็ตของชนวีร์ต้อยๆ ทั้งคู่เดินผ่านฝูงคนในห้องแถวริมถนนใหญ่เข้ามาถึงบริเวณวัด ก็ไม่เห็นสิงโตสักตัว
“นัดเจอกันที่ไหนหา?”
“เขาบอกว่าให้มาเจอกันที่วัด ตรงไหนไม่ได้บอก”
“เอ้า...อย่างนี้ก็มีด้วย จะหากันตรงไหนล่ะ” ชนวีร์ร้อนทนแทบไม่ไหวแล้ว “ไปหาอะไรเย็นๆดื่มก่อนเถอะ ฉันจะไม่ไหว”
“เอาดิ”
ทั้งคู่เข้ามานั่งคลายร้อนในร้านกาแฟริมน้ำ ข้างในมีแรดตัวหนึ่งนั่งเอาหน้าพาดบนโต๊ะ ปากคาบหลอดดูดน้ำตลอดเวลา ร้อนซะจนตาลอยเลยทีเดียว “รับอะไรดีครับ”
“นมเย็น”
“โกโก้เย็น เฮ้ย....วันนี้อากาศร้อนชิบ รู้งี้นอนตีพุงอยู่บ้านดีกว่า”
“ไม่ใช่เพราะนายเห็นแกกินเรอะถึงถ่อสังขาลมาถึงเนี่ย”
“ใครบอกว่าฉันเห็นแก่กิน ฉันมาเพราะเห็นแก่นายนะเนี่ย เกิดว่านายฮีทต่อหน้าโอเรสเท้นท์ขึ้นมาจะมีใครช่วยแกะ หา??”
“ฉันไม่ได้ฮีทขนาดนั้น”
“เฮ้! สองหนุ่ม ทางนี้” เสียงดังมาจากอีกฟากนายแรดที่กำลังจะกลายเป็นแรดแดดเดียว พวกเขาลุกขึ้นยืนถึงมองเห็นชายหนุ่มที่นั่งอยู่ด้านใน มีที่เหลืออยู่นิดเดียว
“ไปนั่งทำไมตรงโน้น”
“ฉันมานั่งก่อน แต่นายแรดนี่มาถึงก็นั่งบังฉัน ตัวแทบติดข้างฝาแน่ะ”
“ไปนั่งที่ศาลาริมน้ำดีกว่า”
“นั้นสิ พี่ๆ พวกผมไปนั่งที่ศาลานะ”
“คร้าบ..เดี่ยวยกไปส่งให้คร้าบ”
ทั้งหมดออกจากร้านมานั่งที่ศาลาแยกจากริมฝั่งแค่2-3เมตรในแม่น้ำเจ้าพระยา เรือเร็วผ่านไปมาระลอกคลื่นกระทบแรง ลมเย็นกำลังดีสบาย พวกเขากำลังนั่งลงเท่านั้น
“นมเย็น โกโก้เย็นคร้าบ” เถ้าแก่ร้านยกมามาให้เอง ลายไทยลุกจะไปช่วยรับ ตอนนั้นเองถึงเห็นร่างสูงในชุดสีน้ำตาลเข้มเดินผ่านตัดหน้ามาก่อนเถ้าแก่ ใครกันน่ะ?? เขาแค่คิดเท่านั้นชายหนุ่มร่างสูงโปร่งสวมแว่นกันแดดล้วงเอาบ้างสิ่งออกจากด้านในเสื้อ
ร่างสูงเดินผ่านเขาไป ในมือถือแท่งสีดำลักษณะเป็นปากกระบอกปืน ของจริงรึเปล่า??
สายตามองตามปากกระบอกปืนมันมุ่งไปยังร่างที่สูงเด่นกว่าใครเพื่อน เขาลุกขึ้นจะหนี แต่ก็ยังช้าไป ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว!!!
เสียงแปลกๆยังกะไม่ใช่ของจริง แต่โอเรสเท้นท์สะดุ้งเฮือกบางสิ่งกระทบกับอกเขาสีแดงที่พุ่งกระจายออกมานั้นมันคล้ำจนไม่เหมือนเลือดเลย มันไม่จริงใช่มั้ย??
ร่างสูงหงายหลังชนรั้วสูงแค่เอวพังอย่างง่ายดาย ทั้งร่างร่วงลงในแม่น้ำ ตูมม!!!
“โอเรสเท้นท์!!!!!”

แถมเรื่องเริ่มแง้มปริศนามากขึ้นด้วย โอ้ๆๆๆ
แล้วโอเรสเทนท์จะเป็นยังไงต่อไป!!??><
ลุ้นตอนต่อไปค่า
#1 By soketsu on 2008-07-11 15:55